แสงอาทิตย์ที่แผ่รังสีมายังโลกทุกวันนี้ ปริมาณความร้อนราว 70% ถูกดูดซับไว้ เกิดเป็นความอบอุ่น ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ แก่การเจริญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย รวมทั้งมนุษย์ อีกราว 30% สะท้อนกลับไปยังดวงอาทิตย์ จะถึงหรือไม่ ไม่สำคัญ มันเป็นเช่นนี้มานับล้านปีแล้ว

แต่ไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา 30% ที่ว่าสะท้อนกลับไปยังดวงอาทิตย์ไม่ได้ มันถูก "มือดี" ที่เรียกว่า "ก๊าซเรือนกระจก" กักตัวไว้ ความร้อนจึง "สะสม" อยู่บนผิวโลกมากขึ้น เรื่องนี้ที่สำคัญ

ในทางวิชาการจะเรียก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเธน ไนตรัสอ๊อกไซด์ ซัลเฟอร์เฮ็กซ่าฟลูออไรด์ ฯลฯ หรือแม้แต่น้ำที่ระเหยกลายเป็นไอ รวมๆ กันว่าเป็น "ก๊าซเรือนกระจก" ที่ก่อให้เกิด "ภาวะ" ที่เหมือนกับที่เกิดขึ้นใน "เรือนกระจก" ที่เราใช้เพาะชำต้นไม้ คือมีความร้อนเกิดขึ้นสูงกว่าบริเวณข้างเคียง คล้ายกับความร้อนที่เกิดขึ้นและไม่สามารถระบายออกได้ใน "โปง" ผ้าห่ม ก๊าซเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้พลังงานที่มาจาก "ฟอสซิล" เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ หรือสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ส่งผลให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในปัจจุบันสูงเกิน 300 ppm (300 ส่วนในล้านส่วน) เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหกแสนปี

นี่คือ "ความจริง" ที่อัล กอร์ อธิบายไว้ในภาพยนตร์รางวัลเกียรติยศจากเวทีออสการ์ครั้งที่ 79 เรื่อง An Inconvenient Truth เขาทำได้ดีทีเดียว ใช้ข้อมูล สถิติต่างๆ ที่สะสมไว้อย่างมีศิลปะ โน้มน้าวให้ผู้ชมเห็นคล้อยกับสิ่งที่นำเสนอ นี่ถ้าไม่ถูกจอร์จ บุช "โกง" ที่ฟลอริด้า คงได้เป็นประธานาธิบดีไปแล้วเมื่อ พ.ศ.2543 บุชผู้ลูก-นอกจากจะไม่ช่วย "ลด" ยังชอบ "เพิ่ม" อีกต่างหาก โดยเฉพาะอุณหภูมิการเมืองระหว่างประเทศ



แต่ไม่เป็นไร เพราะทันทีที่ราชบัณฑิตของสวีเดน ประกาศว่า อัล กอร์ และ IPCC - Intergovernmental Panel on Climate Change ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เชื่อว่าทุกคนคงยอมรับได้ว่าเขาคือ "ประธานาธิบดี"

เขาทำให้พวกเราผิวเหลืองๆ "สุก" เปล่งปลั่งดั่งสีทอง การลำดับขั้นตอน ตัวเลข ภาพกราฟิคจากคอมพิวเตอร์ ทำได้ยิ่งกว่ามืออาชีพ ไม่เสียแรงที่เป็นถึงผู้บริหารของบริษัทชั้นนำอย่างแอปเปิ้ล

แม้ว่าศาลสูงในอังกฤษ จะบอกผู้บริหารโรงเรียนว่า หากจะนำไปฉายให้เด็กนักเรียนดู ต้องเตือนกันไว้ก่อนว่ามันก็แค่ "หนังไซ-ไฟ" เรื่องหนึ่ง มันมี "ความจริง" ที่โต้แย้งได้ถึง 11 จุด ที่สำคัญหนังยังฝักใฝ่การเมืองแบบ "เลือกข้าง" ซึ่งผิดกฎหมายอังกฤษ แท้จริงแล้วไม่มีใครรู้ว่าอังกฤษกำลังป้องกันตัวเองออกไปเป็น "พยาน" หรือเปล่า? เพราะมันมี "ความจริง" ที่ใครๆ ก็รู้ว่าอังกฤษ คือ "ตัวการใหญ่" ในการปล่อย "ก๊าซเรือนกระจก" เหมือนกัน

หากธรรมชาติจะผิดเพี้ยนไป น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายแบบผิดปกติ อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เกิดพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงขึ้นทุกวัน แผ่นดินเลื่อนลั่น ยุบตัว น้ำท่วม ภัยแล้ง อีกจิปาถะ ที่เป็นภัยพิบัติคุกคามมนุษย์ทุกวันนี้ ก็ไม่น่าจะมา "ปะทุ" ขึ้นในวันนี้ ธรรมชาติต้องใช้เวลาในการ "สะสม" พลังงาน นานนับล้านปี ที่สำคัญธรรมชาติมีกลไกบางอย่างที่จะรักษา "สมดุล" เอาไว้

เป็นที่น่าสงสัยว่า "ภาวะโลกร้อน" มี "ก๊าซเรือนกระจก" เป็นผู้ต้องหาเพียงรายเดียวหรือ?

หากไปถามชาวเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิว่า ยังจำภาพความย่อยยับจากการโดนถล่มด้วยระเบิดนิวเคลียร์ได้หรือไม่? เชื่อว่าผู้ยังมีชีวิตอยู่คงอธิบายถึง "อานุภาพ" ความเสียหายร้ายแรงของ "Little Boy" มี "ความกลัว" ตามหลอกหลอนมนุษยชาติ กลัวว่าคนอื่นจะมาทำร้ายตนเอง จึงหาความชอบธรรม "ปกป้อง" ตัวเอง ด้วยการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่เชื่อกันว่าจะนำ "สันติภาพ" และขจัดความกลัวออกไปได้

นี่คือที่มาของการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน บนดิน ในน้ำ (มหาสมุทร) ในอากาศ ในอวกาศ หรือในที่ลับตาอื่นๆ ที่ไม่มีใครรู้ มหาอำนาจและพวกที่อยากเป็นมหาอำนาจคงปฏิเสธไม่ได้ว่าตนก็คือ "จำเลยร่วม" กับก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน ถ้าหากมีการศึกษาค้นคว้า สอบสวนกันอย่างจริงจัง เราอาจจะพบว่านี่คือ "จำเลยหลัก" ผู้กระทำความผิดแต่เพียงผู้เดียวก็เป็นได้

An Inconvenient Truth จึงเป็นความจริงที่ประเทศโลกที่สามอย่างไทย พึง "ตระหนัก" ให้ดี เพราะเกษตรกรไทยก็ตกเป็นหนึ่งใน "ผู้ต้องหา" ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน จากการปล่อยให้น้ำท่วมท้องไร่ ท้องนา เป็นเหตุเกิดการหมักหมมและย่อยสลายของพืชพันธุ์และสารอินทรีย์ต่างๆ เกิดเป็น "ก๊าซมีเธน" ขึ้น นอกเหนือไปจากการไม่ช่วยกัน "ควบคุม" ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้รถยนต์และเครื่องจักร

เชื่อว่าอีกไม่นานคงมี "กระบวนการ" ลดก๊าซพวกนี้ แน่นอนต้องจ่ายเป็น "เงิน" ให้กับเจ้าของเทคโนโลยี เหมือนกับที่เราต้องจ่ายค่า ISO หรืออาจถูกนำมาเป็น "เงื่อนไข" สำคัญในการไม่รับสินค้าที่ส่งออกไป เพียงเพราะว่า สินค้าเหล่านั้น ไม่มีขบวนการ "ลด" ก๊าซเจ้าปัญหาเหล่านี้

"ความจริง" ที่อัล กอร์ ไม่ได้บอก! เป็น "ฝีมือ" มนุษย์ด้วยกันเองต่างหาก ...หลับตา แล้วจินตนาการว่า ทุกประเทศ "เลิก" การสะสมอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด นอกจากเราจะได้โลกที่ "เย็น" ลงแล้ว เรายังจะได้โลกที่ "ร่มเย็น" อีกด้วย!

ที่มาจาก
หนังสือพิมพ์มติชน และ
(Blog รักโลก,รักษ์โลก)

edit @ 5 Nov 2007 12:02:06 by Physics32

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถูกต้องล่ะครับ
มนุษย์ด้วยกันนี่แหละ
ที่มันน่ากลัวที่สุด

#1 By 030419 on 2007-11-05 12:35